Category : travel news

น้ำตกห้วยจันทร์ (น้ำตกกันทรอม)

น้ำตกห้วยจันทร์ หรือ น้ำตกกันทรอม ตั้งอยู่ที่บ้านน้ำตกห้วยจันทร์ ตำบลห้วยจันทร์ อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ อยู่ห่างจากตัวอำเภอขุนหาญ 24 กิโลเมตร หรือห่างจากตัวจังหวัด 85 กิโลเมตร แต่เดิมนั้นภายในบริเวณน้ำตกมีต้นจันทน์แดงและจันทร์ขาวขึ้นอยู่หนาแน่น จึงได้ชื่อว่า “น้ำตกห้วยจันทร์”

วัดทรงธรรมวรวิหาร อำเภอพระประแดง

พระประแดงเปรียบดังเบ้าหลอมทางวัฒนธรรมที่หลากหลาย มีทั้งชาวไทย จีนและมอญอยู่ร่วมกัน ซึ่งวัฒนธรรมของชาวมอญสะท้อนอยู่ในวัดสำคัญแห่งหนึ่งในนครเขื่อนขันธ์ด้วย วัดทรงธรรมวรวิหารคือหนึ่งในพระอารามหลวงชั้นโทซึ่งสร้างขึ้นพร้อมการถือกำเนิดของเมืองนครเขื่อนขันธ์ ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 โดยมีสมเด็จพระอนุชาธิราช กรมพระราชวังบวรสถานมงคลเป็นแม่งานรับผิดชอบ ทว่าแปลกตาไปจากวัดวาอื่นๆ เนื่องจากสร้างตามสถาปัตยกรรมมอญ โดยมีพระรามัญเจดีย์ 3 ชั้นองค์ใหญ่ ประดิษฐานพระพุทธรูปปางต่างๆ ไว้โดยรอบ ส่วนพระอุโบสถสร้างตามแบบก่ออิฐถือปูน โดดเด่นด้วยเสาทรงกลมเรียงเป็นคู่ๆ นับได้รวมถึง 56 ต้น ที่มีเสามากมายเช่นนี้ก็เพื่อรองรับชานพระอุโบสถกว้างขวางนั่นเอง ด้านในประดิษฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัยสมัยสุโขทัยในกรอบไม้แกะสลักศิลปะมอญ ทั่วพระอุโบสถตกแต่งภาพจิตรกรรมพุทธประวัติและพระเวสสันดรชาดกบนผนัง ส่วนบนเพดานประดับภาพเขียนมอญ 2 ภาพ ส่วนพระวิหารก่อสร้างในลักษณะก่ออิฐถือปูน ประดับช่อฟ้าใบระกาไม้สัก เบื้องหน้าพระประธานในซุ้มโลหะสลักลายวิจิตรแปลกตา คือรอยพระพุทธบาทจำลองประดับมุกให้พุทธศาสนิกชนได้สักการะ นับเป็นแหล่งรวมศิลปะมอญชั้นสูงที่ยังคงสภาพสมบูรณ์และงดงามอย่างหาดูได้ยากแห่งหนึ่งในประเทศไทย

แก่งเลิงจาน

แก่งเลิงจานหรืออ่างเก็บน้ำแก่งเลิงจาน (Kaeng Leng Chan) ตั้งอยู่ทิศตะวันตกของตัวเมือง ตำบลแก่งเลิงจาน อำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม ซึ่งสามารถท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี ภายในมีสวนสุขภาพแก่งเลิงจานที่กว้าง โล่ง ต้นไม้ใหญ่ร่มรื่น เหมาะแก่การพักผ่อนและการออกกำลังกาย พิพิธภัณฑ์ ศาลากลางน้ำ และอื่น ๆ เพื่อให้ผู้ที่ผ่านไปมาและนักท่องเที่ยวได้เยี่ยมชมและทัศนศึกษา นอกจากนี้ยังเป็นที่ตั้งของสถานีประมง ทำการเพาะพันธุ์ปลาน้ำจืดให้หลายจังหวัดในภาคอีสาน หากท่านมีเวลาก็น่าไปพักผ่อนหย่อนใจและศึกษาธรรมชาติแถบนี้เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งยามพระอาทิตย์กำลังจะตกดินจะมีทัศนียภาพที่สวยงามมาก

บ้านประทับใจ (บ้านเสาร้อยต้น)

เรือนไม้สักทั้งหลังแห่งนี้ปลูกขึ้นมาเพื่อตามใจผู้อยู่โดยแท้ แม้เริ่มแรกไม่ได้มีความตั้งใจเปิดให้นักท่องเที่ยวทั่วไปได้เข้าชมแต่อย่างใด แต่ในปัจจุบัน บ้านประทับใจ หรือบ้านเสาร้อยต้น ได้กลายเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม ของจังหวัดแพร่ที่ทุกคนต้องมาเยี่ยมเยือนชมความงดงามในส่วนต่างๆ ของบ้านที่ปลูกสร้างขึ้นมาด้วยความตั้งใจ บ้านประทับใจนั้นก่อสร้างในปี พ.ศ.2515 และเสร็จสมบูรณ์ในปี พ.ศ.2519 โดยคุณพ่อกิจจา ชัยวัณณคุปต์ เจ้าของบ้านที่ออกแบบแปลนและตกแต่งบ้านด้วยตัวเองโดยไม่ใช้สถาปนิกเลย โดยใช้ไม้สักท่อนขนาดใหญ่ตั้งเป็นเสาบ้านจำนวน 130 ต้น ประกอบด้วยตัวบ้านสามหลังสร้างแบบทรงไทยประยุกต์ ที่มีหลังคาสูงติดต่อกัน และหลังคายังประดับหน้าจั่วด้วยกาแลอันเป็นสัญลักษณ์บ้านทรงไทยทางภาคเหนือ ภายในบ้านนั้นประกอบด้วย ห้องพักส่วนตัว ชานมะปรางอันเป็นชานนั่งเล่นใต้ร่มต้นมะปราง ห้องพักรับรองแขกที่มีถึง 5 ห้อง ด้านหลังมีชานตะวันสำหรับนั่งรับแสงแดดในตอนเช้า มีชุดรับแขกที่แกะสลักจากไม้แผ่นเดียวซึ่งเป็นไม้ที่เหลือจากการทำสัมปทานไม้ของบริษัท อีสต์ เอเชียติ๊ก ซึ่งเคยเข้ามารับทำสัมปทานไม้สักในเมืองแพร่ในอดีต ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าเมืองแพร่นั้นเคยร่ำรวยด้วยไม้สักมากมายเพียงใด

โรงงานโลตัส คริสตัล

“โลตัส คริสตัล” เครื่องแก้วหรูฝีมือคนไทยมีเพียงหนึ่งเดียว โลตัส คริสตัลเป็นโรงงามผลิตเครื่องแก้วคริสตัลแห่งแรกของจังหวัดระยอง โรงงานอยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 30 กิโลเมตร ซึ่งทางโรงงานได้เปิดให้ผู้สนใจสามารถที่จะเข้าชมกรรมวิธีการผลิตในขั้นตอนต่างๆ ตลอดจนสามารถเลือกซื้อสินค้าที่มีคุณภาพได้ในราคาพิเศษ โดยจุดเด่นของผลิตภัณฑ์เครื่องแก้วคริสตัล โดยเฉพาะแก้วน้ำหรือแก้วไวน์ เครื่องใช้บนโต๊ะอาหาร จะไร้รอยตะเข็บตรงก้านจับเนื่องจากเป็นงานทำด้วยมือ จากชาวบ้านที่ยึดอาชีพหลักคือการทำไร่มัน ไร่สับปะรดและสวนยาง ภายในเวลาเพียง 3 เดือน พวกเขาเหล่านี้ก็พัฒนากลายเป็นช่างเป่าแก้ว ช่างเจียแก้วที่ผลิตผลงานได้อย่างมีคุณภาพ จนทำให้ทั้งผู้ผลิตเครื่องแก้วเจียรนัยชั้นนำของโลกอย่าง Dartington ประเทศอังกฤษ และนักออกแบบองค์ประกอบแฟชั่นของ Calvin Klien สหรัฐอเมริกา ว่าจ้างให้เป็นผู้ผลิต ทุกวันนี้ผลงานคริสตัลทุกชิ้นของชาวบ้านค่ายเป็นงานที่ทำด้วยมือไม่มีการใช้เครื่องจักรเข้ามาช่วย “โลตัส คริสตัล” ได้จัดสรรพื้นที่ส่วนหนึ่งของโรงงานเปิดเป็นเอาท์เล็ทเพื่อเป็นช่องทางขายแก่ลูกค้าภายใน อีกทั้งจัดให้เป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้การทำคริสตัลและเป็นแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดระยองที่จะมีกรุ๊ปทัวร์ต่างๆ มาแวะลงดูขั้นตอนการทำงานตั้งแต่เริ่มแรกจนถึงเสร็จสมบูรณ์ เปิดให้เข้าชม ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08:00 – 05:00 น. /ขอบคุณ สวัสดี.com

พุน้ำร้อนหินดาด

พุน้ำร้อนหินดาด (เดิมเรียกว่าน้ำพุร้อนกุยมั่ง) เป็นบ่อน้ำร้อนธรรมชาติริมลำธาร อุณหภูมิประมาณ 45-55 องศาเซลเซียส ค้นพบโดยทหารญี่ปุ่นสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 และได้สร้างเป็นบ่อซีเมนต์ขึ้น 2 บ่อ เชื่อกันว่าน้ำแร่จากบ่อน้ำร้อนแห่งนี้ มีสรรพคุณในการรักษาโรคภัยไข้เจ็บหลายอย่าง เช่น โรคเหน็บชา ไขข้ออักเสบ นักท่องเที่ยวสามารถลงอาบน้ำในบ่อได้ และยังมีลำธารน้ำเย็นไหลอยู่ด้านล่างบ่อน้ำร้อน การเดินทาง สามารถเดินทางไปตามทางหลวงหมายเลข 323 บริเวณกิโลเมตรที่ 105 – 106 อยู่ห่างจากตัวเมืองกาญจนบุรี 135 กิโลเมตร เปิดให้เข้าชม ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 06:00 – 22:00 น. อัตราค่าเข้าชม 10 บาท (ราคานี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ได้แจ้งให้ทราบ) สอบถามข้อมูล โทร. 0 3451 1200 และ 0 3451 2500 (ททท) /ขอบคุณ…

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติรามคำแหง

ห้องรับแขกที่จะช่วยคุณอุ่นเครื่องเรื่องศึกษาประวัติศาสตร์สุโขทัย ก่อนไปสัมผัสโบราณสถานของจริง ที่แห่งนี้ได้รวบรวมและจัดแสดงโบราณวัตถุที่ได้จากการขุดค้นทางโบราณคดีภายในเมืองสุโขทัยสมัยที่เป็นราชธานี รวมทั้งวัตถุโบราณที่ประชาชนได้มอบให้ นอกจากนี้ยังได้รับรางวัลดีเด่น รางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ครั้งที่ 7 ประจำปี 2551 ในประเภทแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมภาคเหนือ จากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย โดยภายในแบ่งเป็นอาคารจัดแสดง 3 หลังที่มีเอกลักษณ์แตกต่างกัน ได้แก่

ไร่องุ่นหัวหินฮิลส์

ไร่องุ่นหัวหินฮิลส์ถือเป็นไร่องุ่นแห่งแรกและแห่งเดียวในอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ด้วยความที่เพาะปลูกบนพื้นที่ชายทะเล สภาพอากาศจึงเหมาะสมอย่างยิ่งต่อการเจริญเติบโตขององุ่นพันธ์ดีต่างๆ โดยเฉพาะเป็นแหล่งเพาะปลูกองุ่นสำหรับการผลิตไวน์ไทยมอนซูน แวลลีย์ พื้นที่ทั้งหมดของไร่องุ่นหัวหินฮิลส์ล้อมรอบไปด้วยภูเขาและทัศนียภาพที่งดงาม โดยทางไร่ได้คัดเลือกสายพันธุ์องุ่นต่างๆ จากทั่วโลกมาทำการทดลองปลูก แต่องุ่นสายพันธุ์หลักที่ปลูกเพื่อนำมาทำไวน์และผลิตภัณฑ์องุ่นอื่นๆ ก็คือ สายพันธุ์ชีราส และโคลอมบาร์ด และด้วยสภาพภูมิอากาศในแบบเมดิเตอร์เรเนียน ส่งผลให้ผลผลิตองุ่นพันธุ์ต่างๆ ของที่ไร่แห่งนี้มีคุณภาพที่ดีทำให้ นำมาใช้ผลิตไวน์ชั้นนำ และการันตีคุณภาพได้จากรางวัลจากนานาประเทศ รวมทั้งมีผลิตภัณฑ์อื่นๆ จากองุ่นที่มีคุณภาพ นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสกับธรรมชาติอันบริสุทธิ์ของไร่องุ่นที่กว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา และมีกิจกรรมมากมายที่ทางไร่จัดเตรียมไว้ให้ได้ร่วมสนุกกัน ไม่ว่าจะเป็นการเดินชมแปลงองุ่น ได้เรียนรู้การเป็นชาวไร่ และจะได้เข้าไปสัมผัสและได้เก็บองุ่นสดๆ จากต้นอย่างใกล้ชิด หรือจะนั่งรถจี๊ปชมบรรยากาศของไร่โดยรอบ พร้อมกับจะมีเจ้าหน้าที่คอยอธิบายให้ความรู้เกี่ยวกับไร่องุ่น และองุ่นสายพันธุ์ต่างๆ ที่มีปลูกอยู่ที่ไร่ รวมถึงความรู้เกี่ยวกับการผลิตไวน์ที่มีคุณภาพ นอกจากนี้ภายในไร่ยังมีร้านอาหารชื่อ เดอะ ศาลา เป็นไวน์บาร์ แอนด์ บิสโทร ที่จะมีอาหารสไตล์ยุโรปและเอเชียเลิศรสให้บริการเติมความอิ่มกันได้ อีกทั้งยังมีไวน์ และน้ำองุ่นจำหน่าย รวมถึงผลิตภัณฑ์อื่นๆ จากองุ่น และมีสินค้าที่ระลึกให้ได้ซื้อติดไม้ติดมือกลับบ้านกันไปอีกด้วย

สวนกล้วยไม้หอมอุดรซันไฌน์

จากตัวเมืองไปราว 2 กม. ตามถนนเลี่ยงเมืองใกล้แยกไปจังหวัดหนองคาย เลี้ยวเข้าทางแยกไปหนองสำโรงใกล้กับสนามกอลฟ์มีป้ายบอกบริเวณสวนกล้วยไม้หอมอุดรซันไฌน์ ตั้งแต่เช้ามืดไปจนราวบ่ายโมงกลิ่นของกล้วยไม้จะหอมตลบอบอวล จนสามารถนำไปสกัดเป็นน้ำหอมได้ มีกล้วยไม้ และน้ำหอม จำหน่าย ที่สวน และตามร้านสินค้าพื้นเมืองอุดรธานีคุณประดิษฐ์ คำเพิ่มพูล เจ้าของ และผู้คิดค้น มีโครงการค้นคว้าทางด้าน ธรรมชาติ และการเกษตรที่น่าสนใจอีกหลายโครงการ กล้วยไม้หอมอุดรซันไฌน์ เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง ของจังหวัดอุดรธานี ที่อยู่ใกล้ตัวเมืองที่สุดจึงถือเป็นเสน่ห์ ในการดึงดูดนักท่อง เที่ยวชาวไทยและต่างประเทศให้เดินทางไปสัมผัสกับความแปลกและความสวยงามซึ่งมีอยู่เพียงแห่งเดียวในโลกนี้ก็ว่าได้ กล้วยไม้หอมอุดรซันไฌน์เป็นกล้วยไม้พันธุ์แวนด้าใบร่อง ลูกผสมระหว่างสามปอยดง และโจเซฟฟิน แวนเบอโร่ผสมได้ด้วยฝีมือของมนุษย์เมื่อปี 2520 โดยเกษตรกรสมัครเล่นชื่อนายประดิษฐ์ คำเพิ่มพูล อายุ 57 ปี อยู่บ้านเลขที่ 127 ซอยกลมพัฒนา ต.บ้านเลื่อม อ.เมือง จ.อุดรธานี กล้วยไม้หอมอุดรซันไฌน์ เริ่มให้ดอกราวปี พ.ศ.2530 เมื่อดอกออก มาจะให้กลิ่นหอมรัญจวนแบบไทย ๆ นับว่าเป็นความแปลกใหม่ที่ไม่เคยพบมาก่อน ในโลกนี้ ดอกของกล้วยไม้ชนิดนี้จะให้กลิ่นหอมตั้งแต่เช้าตรู่ไปจนกระทั่งถึงบ่ายโมงต่อมากลิ่นจะเปิด-ปิดในช่วง เวลาดังกล่าวจนกว่าดอกจะเหี่ยวแห้งไป…

สมุยบุรี บีช รีสอร์ท แอนด์ สปา

สมุยบุรี บีช รีสอร์ท แอนด์ สปา (Samui Buri Beach Resort & Spa) ขอเชิญท่านพบกับที่พักสวยงามตามสไตล์ไทยแท้ เรียบง่าย แต่งามสง่า ที่ผสานกันอย่างลงตัวกับความงามของธรรมชาติ พร้อมการตบแต่งตามแบบบ้านไทยถิ่นใต้แท้ รวมทั้งเราได้ใช้ไม้พื้นเมือง ซึ่งจะได้สัมผัสความเย็นตามแบบธรรมชาติ พื้นที่ตั้งของที่พัก อยู่ในบริเวณที่ปลอดภัย ท่านจึงสามารถผ่อนคลายได้อย่างอุ่นใจ จำนวนห้องพัก : 85 High Season : มกราคม – พฤษภาคม Low Season : ตุลาคม – ธันวาคม