จ่อสอยแก๊งลอบค้าพันธุ์ทุเรียนหวั่นเป็นคู่แข่งทำชาวสวนแย่

จ่อสอยแก๊งลอบค้าพันธุ์ทุเรียนหวั่นเป็นคู่แข่งทำชาวสวนแย่

กรมวิชาการเกษตร เตรียมสอยแก๊งค้าพันธุ์ทุเรียนหลังได้รับแจ้งเบาะแสที่ด่านสิงขร จ.ประจวบฯ หวั่นลักลอบนำพันธุ์ไปปลูกเป็นคู่แข่ง ชี้พันธุ์ทุเรียนเป็น 1 ในพืชสงวน 11 ชนิด ห้ามส่งออก เมื่อวันที่ 30 พ.ค. นายสุวิทย์ ชัยเกียรติยศ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า กรมวิชาการเกษตรได้รับรายงานจากสภาเกษตรกร จังหวัดประจวบคิรีขันธ์ ว่า มีการเปลี่ยนการขนถ่ายพันธุ์ทุเรียนซึ่งเป็นพืชสงวนตาม พระราชบัญญัติพันธุ์พืช ปี 2518

ณ ด่านสิงขร จังหวัดประจวบคิรีขันธ์ จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ของกรมวิชาการเกษตรในพื้นที่ออกไปตรวจสอบบริเวณที่ได้รับการร้องเรียนดังกล่าว โดยพบบริเวณบ้านพักตามที่ได้รับแจ้งมีการกักเก็บต้นพันธุ์ทุเรียนจำนวนมาก รวมถึงต้นพันธุ์มะขาม ลำไย มะนาว ชมพู่ และไม้ผลอื่นๆ  นายสุวิทย์ กล่าวอีกว่า เบื้องต้นได้ข้อมูลมาว่าผู้ส่งออกเป็นคนไทยพลัดถิ่น (พม่าสัญชาติไทย) และนำต้นพันธุ์ทุเรียนมาจากแหล่งอื่น เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวไม่มีการปลูกทุเรียนเพราะสภาพดินและน้ำไม่เหมาะสม นอกจากนี้จากการสอบถามเจ้าหน้าที่ศุลกากร ได้รับแจ้งว่าไม่มีการส่งออกพันธุ์ทุเรียนหรือพืชสงวนอื่นๆ แต่อย่างใด แต่พบว่ามีการใช้รถยนต์ที่ไม่มีแผ่นป้ายทะเบียนรอการขนส่ง นอกจานี้อาจมีความเป็นไปได้ที่ขนส่งทางช่องทางอื่นโดยไม่ผ่านเจ้าหน้าที่

“ช่วงนี้กรมวิชาการเกษตรจะจัดส่งเจ้าหน้าที่ด่านตรวจพืชระนองมาเข้าเวรประจำทุกวันที่ด่านสิงขร เพื่อเป็นการเฝ้าระวังและปรามการกระทำผิด และจัดทำป้ายติดประกาศทั้งภาษาไทยและพม่าถึงพืชสงวนของไทยและโทษของการลักลอบส่งออก โดยผู้ที่ฝ่าผืนต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 4,000 บาท หรือทั้งจำและปรับ ซึ่งจุดมุ่งหมายที่มีการกำหนดพืชสงวนขึ้นในพระราชบัญญัติพันธุ์พืช พ.ศ.2518 เนื่องจากเกรงว่าหากพันธุ์พืชที่ดีเหล่านี้ถูกนำไปปลูกในต่างประเทศแล้วจะกลับมาเป็นคู่แข่งทางการค้าได้จึงห้ามส่งออก พืชสงวนมีทั้งสิ้น 11 ชนิด คือ ทุเรียน ส้มโอ องุ่น ลำไย ลิ้นจี่ มะขาม มะพร้าว กวาวเครือ ทองเครือ สละ และสับปะรด”นายสุวิทย์ กล่าว. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ dailynews